วิธีเขียน marketing plan | Euston Consulting

Tag Archive วิธีเขียน marketing plan

สุดยอด Marketing Tactics ที่จะช่วยพัฒนากลยุทธ์การตลาดของคุณ

Marketing Tactics คือ การกระทำที่จะส่งผลส่งไปยังเป้าหมายของสินค้าหรือบริการ

การเขียนแผนการตลาดหรือแผนธุรกิจที่ดี จะต้องมีการอธิบายทั้ง strategy และ tactics ในการทำการตลาด และ ถ้าเรากำลังจะพูดถึงกลยุทธ์การตลาด หรือ Marketing Strategy เราอาจจะกำลังพูดถึงภาพรวมของแผนการตลาดนั้นๆว่า เราควรใช้กลยุทธ์อะไร แต่สิ่งที่จะช่วยให้กลยุทธ์การตลาด หรือ marketing plan ประสบความสำเร็จได้อาจจะต้องอาศัย marketing tactics

ตัวอย่าง เช่น บริษัทจำหน่ายครีมสมุนไพรเพื่อรักษาสิว กำหนดเป้าหมายของ Marketing strategy ในปี 2019 ว่า “ต้องการสร้างความรับรู้ในตัวสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย”  จะเห็นได้ว่าในตัวกลยุทธ์การตลาดไม่ได้ระบุถึงการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่เป้าหมาย (ในตัวอย่างคือการเพิ่มยอดขาย) ได้เลย ดังนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องกำหนด Marketing Tactics สำหรับ Marketing strategy นี้ โดยการกระทำที่สามารถเพิ่มความรับรู้ในตัวสินค้าได้แก่ ประชาสัมพันธ์ไปยังร้านค้า สร้าง Brand Ambassador หรือ จ่ายเงินเพื่อการโฆษณา เป็นต้น

สำหรับ Marketing Tactics ที่น่าสนใจ ได้แก่

  • การจ่ายเงินเพื่อลงเนื้อหาประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ
  • Pay Per Click หรือ การจ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณาที่คิดเงินเป็นรายคลิ้ก
  • การจ่ายเงินเพื่อจ้างประชาสัมพันธ์กับสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น จ่ายเงินให้ละครใช้สินค้าในละครนั้น
  • เป็นผู้สนับสนุนในกิจกรรมต่างๆ
  • ใช้ Blogger หรือผู้มีชื่อเสียงให้รีวิวสินค้า
  • นำความเห็นของผู้ที่เคยใช้สินค้ามาประชาสัมพันธ์ เช่น การโปรโมตสินค้าโดยอ้างรีวิวลูกค้าเก่า
  • ให้ลูกค้าช่วยกันประชาสัมพันธ์ เช่น แชร์แล้วมีส่วนลด
  • การบอกต่อเพื่อน
  • การเขียนรีวิวโดยผู้ใช้จริงผ่านช่องทางต่างๆ
  • การ Live สด
  • สร้างเครือข่ายช่วยประชาสัมพันธ์
  • Co-branding หรือ การร่วมกับแบรนด์อื่นในการผลิตสินค้าชนิดพิเศษ

The Growth Hacking Canvas คืออะไร

ที่ปรึกษาธุรกิจ, ที่ปรึกษาการตลาด, เขียนแผนธุรกิจ, เขียนแผนการตลาด, ทำแผนธุรกิจ, แผนการตลาด, ปรึกษาธุรกิจ

The Growth Hacking Canvas

The Growth Hacking Canvas คืออะไร

"The Growth Hacking Canvas คือ marketing plan แบบย่อ ที่โฟกัสไปที่การเข้าถึงลูกค้าโดยตรง" canvas ตัวนี้มีความคล้ายคลึงกับ Business Model Canvas ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่วัตถุประสงค์หลักของ The Growth Hacking Canvas คือการสร้างไอเดียใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทั้งการสร้างแบรนด์ของสินค้า การทำการตลาด รวมถึงการเจาะกลุ่มลูกค้า ดังนั้น The Growth Hacking Canvas จึงสามารถตอบโจทย์ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดีกว่า Business Model Canvas เพราะ The Growth Hacking Canvas เน้นไปที่การเข้าถึงตัวลูกค้า โดยการวิเคราะห์สินค้าหรือบริการให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า ซึ่ง The Growth Hacking Canvas สามารถเป็นพื้นฐานขั้นต้นในการนำไปต่อยอดแผนการตลาดได้เป็นอย่างดี

ช่องต่างๆ ของ The Growth Hacking Canvas ประกอบไปด้วย

  • Segments & Personas: ใครคือลูกค้า
  • Value Propositions: ทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้า/บริการของเรา
  • Brand Experiences: ลูกค้าจะรู้จักแบรนด์เราได้อย่างไร
  • Branding: ลักษณะที่สำคัญของแบรนด์
  • Lexicon: keyword ที่ลูกค้าใช้ในการค้าหาสินค้า/บริการ
  • Assets: สินค้า/บริการหลักคืออะไร
  • Activities: กิจกรรมหลักในการเข้าถึงลูกค้า
  • Organic Channels: ช่องทางใดบ้างที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยไม่เสียเงิน
  • Paid Channels: ช่องทางใดบ้างที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยมีค่าใช้จ่าย
  • Promotional Infrastructure: เครื่องมือที่จะในการการประชาสัมพันธ์

วิธีเขียน Marketing plan (1)

แนวทางการสร้าง marketing plan หรือที่ภาษาไทยเรียกว่าแผนการตลาดนั้น ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าจะต้องเขียนในรูปแบบไหน มีเนื้อหาอะไรบ้าง แต่หลักๆแล้ว marketing plan จะประกอบด้วย
1. environment analysis หรือ การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการตลาด
2. marketing strategy หรือ กลยุทธ์การตลาด
3. financial analysis หรือ การวิเคราะห์ด้านการเงิน
4. control and implementation หรือ การควบคุมและปฏิบัติตามแผน

Environment analysis

หลักการเขียน Environment analysis นั้นนิยมวิเคราะห์โดยอาศัยเครื่องมือที่เรียกว่า PESTEL, Porter’s five forces, SWOT & TOWS และ Competition gap เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าจากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันนั้นจะส่งผลกระทบอย่างไรกับธุรกิจที่เรากำลังวิเคราะห์อยู่ โดยเป็นการพิจารณาทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เช่น

  • PESTEL เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ การวิเคราะห์ PESTEL นั้นเราจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ผลของ PESTEL ที่ส่งผลกับธุรกิจของเรามากกว่าลิสว่า PESTEL นั้นมีอะไรบ้าง เช่น P หมายถึง Political หรือ สถานการทางการเมือง สำหรับในประเทศไทยในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งตามปกติ ดังนั้น ผลกระทบที่สำคัญต่อธุรกิจคือความไม่แน่นอนของการบริหารประเทศ รวมถึงนโยบายต่างๆของรัฐบาล > ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง จะทำให้ธุรกิจ XX ได้รับผลกระทบ YY แต่อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ผลกระทบไม่ควรคาดเดาเองโดยไม่มีการทำ Research ประกอบเหตุผล เพราะจะทำให้ผลการวิเคราะห์ไม่น่าเชื่อถือ และ อาจะทำให้การวิเคราะห์ไม่ถูกต้อง
  • Porter’s five forces เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกอีกตัวหนึ่งที่มักจะใช้ในการวิเคราะห์ผลกระทบของสิ่งรอบธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดยปกติการกำหนดค่า  Porter’s five forces นั้น จะระบุเพียงแค่ Low Medium High พร้อมระบุเหตุผลประกอบ
  • SWOT & TOWS เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราห์ปัจจัยภายในของธุรกิจ
  • Competition gap การวิเคราะห์คู่แข่งว่ามีลักษณะทางธุรกิจอย่างไร ใครที่เป็น market leader ใครที่เป็น direct competitor และ ใครที่เป็น indirect competitor ในส่วนนี้โดยส่วนมากมักจะทำให้ research คู่แข่ง เพื่อวิเคราห์จุดอ่อนและจุดแข็งเพื่อที่จะมากำหนด Marketing strategy

 

PESTEL ประกอบด้วย Political, Economical, Social, Technology, Environment และ Legal

Porter’s five forces ประกอบด้วย อำนาจต่อรองของผู้ซื้อหรือลูกค้า, อำนาจต่อรองของ Supplier, คู่แข่งในตลาด, การเข้ามาในตลาดของธุรกิจใจ และ สินค้าทางเลือก

SWOT & TOWS ประกอบด้วย จุดแข็ง, จุดอ่อน, โอกาส และ ความเสี่ยงหรือภัยคุกคาม

Competition gap คือ การหาช่องว่างในตลาดของธุรกิจใหม่ โดยการวิเคราะห์คู่แข่งว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร

 

ติดต่อเราง่ายๆ ตอบเร็วทันใจ
Line : @eustonconsulting
Mobile : +66 61 884 3804